แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วอลเลย์บอล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วอลเลย์บอล แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

ดูกันชัดๆ! ด้วยระบบภาพช้า (Challenge System)

World League (รายการแข่งขันของผู้ชายเทียบคล้ายๆกับ World Grand Prix ของผู้หญิง) ปีล่าสุดได้นำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาสู่การแข่งขัน ด้วยระบบภาพช้า (Challenge System) ที่จะช่วยการตัดสินเกิดความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น





ถ้าเกิดใครได้ติดตามชม World Grand Prix 2013 รอบสุดท้ายที่ญี่ปุ่น จะพบว่ามีระบบการตัดสินเพิ่มเติมก็คือระบบภาพช้า ซึ่งกล่าวได้ว่ารายการนี้เป็นรายการแรกที่นำมาใช้กับวอลเลย์บอลหญิง สำหรับวอลเลย์บอลชายนั้น เริ่มใช้แมตช์คู่ระหว่างโปแลนด์ และสหรัฐอเมริกาในรายการ World League

สาเหตุเริ่มมาจากการเล่นวอลเลย์บอลทีมชาย ที่เล่นกันดุดัน ตบแรงและเร็ว ปกติแล้วไลน์แมนจะบอกว่าลูกนั้น ออก ลง หรือโดนร่างกายผู้เล่น กรรมการคนที่สองช่วยดู แต่กรรมการคนที่หนึ่งมีสิทธิชี้ขาด อย่างไรก็ตามมีการประท้วงกันบ่อยมาก โดยเฉพาะลูกปลายเส้น หรือลูกทัชที่ไม่เปลี่ยนทิศ ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองถูก เห็นได้ว่ากรรมการหนึ่ง World League นี่จะออกแนวดุๆโหดๆอยู่เหมือนกัน เพราะต้องเอานักกีฬาทั้งสองทีมให้อยู่ ในขณะเดียวกัน จำพวกคู่หลักๆอีโก้สูงด้วยกันทั้งคู่ก็ชอบทะเลาะกันหน้าเน็ต ทำเอาแฟนๆวอลเลย์แอบลุ้นว่าได้ดูวอลเลย์บอลโลกแล้วจะได้ดูมวยโลกเป็นของแถมด้วยหรือไม่ ระบบภาพช้าจะช่วยให้เกมตัดสินเกิดความเป็นธรรม และลดแรงกดดันของกรรมการไปได้ด้วย

มาดูกฎของระบบภาพช้ากัน กรณีที่กรรมการตัดสินแล้วทีมเกิดความสงสัย
1. กัปตันของทีมเป็นผู้เดียวที่สามารถร้องขอให้ดูภาพช้าของวิดีโอได้ แต่ต้องกระทำก่อนจะเริ่มต้นคะแนนต่อไป และหลังจบจากการตัดสินของคะแนนนั้นแล้วไม่เกิน 5 วินาที (คือเล่นๆอยู่ เห็นอีกทีมฟาวล์แล้วจะหยุดเล่นทันทีเพื่อดูภาพช้าไม่ได้ ต้องเล่นให้จบก่อนแล้วค่อยร้องขอ)
2. แต่ละทีมสามารถร้องขอได้สองครั้งต่อเซ็ท ถ้าทีมที่ทำการร้องขอเป็นฝ่ายถูกจะไม่เสียสิทธิการร้องขอ แต่ถ้ากรรมการตัดสินถูกแล้วจะโดนตัดไปหนึ่งสิทธิทันที
3. กรรมการคนที่หนึ่ง(ผู้ตัดสินหลัก) จะสามารถเรียกขอดูวิดีโอกี่ครั้งก็ได้
4. สามารถทำการร้องขอจากข้อสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดังนี้
- ลูกสัมผัสพื้นภายในหรือภายนอกเส้น
- บอลโดนเสาอากาศ
- ร่างกายนักกีฬาสัมผัสกับเสาอากาศหรือเน็ต
- การเหยียบเส้นขณะเสิร์ฟ, เหยียบเส้นสามเมตรจากการกระโดดตบจากแดนหลัง และการยื่นเท้าออกมาเกินแดนตัวเอง
- ตำแหน่งเท้าของลิเบอโร่ขณะรับลูก
กรณีที่ทีมทำการร้องขอในเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกันเลยกับที่กล่าวมา กรรมการคนที่หนึ่งมีสิทธิปฏิเสธการร้องขอหรือแม้แต่กล่าวตักเตือนว่าทำให้การแข่งขันช้า กรณีที่กรรมการรับคำร้อง จะทำการเป่านกหวีดและผายมือทั้งสองข้างไปที่โต๊ะผู้ให้คะแนน ในขณะที่ทำการดูวิดีโอ นักกีฬาทั้งสองทีมยังจะต้องยืนอยู่ภายในสนาม
5. กรรมการตัดสินคนที่สองมีหน้าที่ออกจากสนามเพื่อดูภาพช้า และภาพช้านั้นต้องถูกนำขึ้นมอนิเตอร์ให้ทั้งสองทีมและผู้ชมเห็น
6. หลังจากดูแล้ว กรรมการคนที่สองจะส่งสัญญาณให้กรรมการคนที่หนึ่งว่าใครเป็นฝ่ายได้แต้ม
7. กรณีที่ดูภาพช้าแล้วไม่สามารถตัดสินแต้มนั้นได้ คำตัดสินของกรรมการที่หนึ่งถือว่าเป็นอันสิ้นสุด ทีมที่ร้องขอไม่เสียสิทธิ

สำหรับกรณีแรกของการแข่งขันเกิดขึ้นกับแมตช์ของทีมชายรัสเซียและแคนาดา จากลูกเสิร์ฟของ Nikolay Apalikov ซึ่งกรรมการตัดสินว่าออก แต่การร้องขอดูภาพช้าถูกใช้และกลับกลายเป็นฝ่ายรัสเซียได้คะแนนในเกมนั้น รัสเซียเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก กลับมาแพ้อย่างไม่น่าเชื่อให้กับทีมแคนาดา 2-3 เซ็ตในรอบจัดอันดับ ทำให้ได้ที่สองของสายไปเจอกับอิตาลีที่หนึ่งของอีกกลุ่ม ซึ่งรัสเซียก็สามารถเอาชนะทั้งอิตาลีในรอบรองและบราซิลในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์รายการนี้ไปได้ อารมณ์ประมาณ คู่ไทย-คาซัคเลยนะ

เชิญชม



แม้ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น แต่ระบบนี้ได้รับคำชมที่ค่อนข้างมาก โดย Andrea Zorzi อดีตนักกีฬาทีมอิตาลีในตำนานชื่นชมว่า "ระบบมันง่ายมาก ไม่ใช้เวลานานในการติดตั้ง น่าเชื่อถือและวิธีการตรวจสอบก็รวดเร็ว กรรมการคนที่สองแค่เดินออกไปถามคนที่กำกับกล้องอยู่เท่านั้น"

"ความสนุกของการดูวอลเลย์บอลคือความเป็นไปได้ของทุกคะแนนที่คุณรู้สึกได้ ด้วยระบบนี้เราสามารถกำจัดพื้นที่ของความไม่ชัดเจนออกไปได้"

เรียบเรียงจาก

http://www.fivb.org/EN/ePublications/Volleyworld/2013/English/08/#19/z
http://www.fivb.org/viewPressRelease.asp?No=40897&Language=en

ทีมวอลเลย์บอลสาวไทยคว้าแชมป์ Asian Senior Women’s Championship

ทีมเจ้าภาพสาวไทยคว้าแชมป์ Asian Senior Women's Volleyball Championship หลังจากทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเหนือมหาอำนาจลูกยางเอเซียอย่างญี่ปุ่น ท่ามกลางผู้ชมกว่า 6000 รอบสนามของชาติชายฮออล์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทีมวอลเลย์บอลสาวไทยเคยสามารถเอาชนะทีมวอลเลย์บอลจีนได้เมื่อปี 2009 และคว้าแชมป์รายการนี้ได้ครั้งแรกที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม



การเอาชนะสามเซ็ตรวด (25-22, 25-18, 25-17) กับทีมอันดับสามของโลกและเหรียญทองแดงโอลิมปิกเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่เพียงเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งที่สองเท่านั้นแต่ยังกรุยทางสู่การแข่งขัน World Grand Champion Cup ซึ่งญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ยังได้สิทธิเข้าร่วม World Grand Prix 2014 และ AVC 2014 อีกด้วย

ทีมไทยเคยพบกับญี่ปุ่นมาก่อนหน้านั้นครั้งหนึ่งแล้ว ในรอบแข่งแบบพบกันหมด ซึ่งครั้งนั้นทีมไทยสามารถคว้าชัยชนะด้วยคะแนน 3-1 เซ็ต โดยนักกีฬายังเป็นชุดเดิมกับสมัยปี 2009 ได้แก่ อรอุมา สิทธิรักษ์, วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, ปลื้มจิต ถินขาว, นุสรา ต้อมคำ, มลิกา กันทอง และลิเบอโร่ วรรณา บัวแก้ว เสริมทีมด้วยนักตบหน้าใหม่อย่างทัดดาว นึกแจ้ง

ทีมไทยอาศัยการผสมผสานระหว่างการตบลูกที่เฉียบคมจากหัวเสาของวิลาวัลย์และการกระโดดเสิร์ฟอันทรงพลังของอรอุมา รวมถึงการบล็อกจากนุสราและปลื้มจิตเอาชนะไปได้เซ็ตแรก 25-22 คะแนน 

หลังจากเสียเซ็ตแรก ทีมญี่ปุ่นซึ่งเอาชนะไทยสองครั้งในปีนี้พยายามรวบรวมความมั่นใจเอาชนะทีมเจ้าบ้านและเสียงเชียร์อันกึกก้องสนามที่เอาใจช่วยทีมของพวกเขา อย่างไรก็ตามทีมไทยยังคงรักษาการเล่นที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ได้เหมือนเดิม ทีมญี่ปุ่นล้มเหลวจากลูกตบอันทรงพลังของ คิมูระ ซาโอริ และมิยุ นาโอกะไม่สามารถเจาะผ่านเกมรับของไทยไปได้ ไทยเอาชนะไปได้ในเซ็ตถัดมา 25-18 คะแนน

ในเซ็ตที่สาม นากาโอกะซึ่งมีอาการเหนื่อยล้าถูกเปลี่ยนตัวออกแทนที่ด้วยยูกิโกะ อิบาตะ ทีมญี่ปุ่นดูมีอาการเหนื่อยอ่อนและเกิดความผิดพลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ทีมไทยยังคงรักษาความสม่ำเสมอเอาชนะเซ็ตสุดท้ายไปได้ 25-17 คะแนน

จบเกมคู่นี้ อรอุมาทำคะแนนสูงสุด 17 คะแนน จาก 38 ครั้ง วิลาวัลย์ตามมาที่ 12 คะแนน มลิกาได้คะแนนบล็อคสูงสุด 3 คะแนน ซาโอริทำคะแนนสูงสุด 10 แต้มให้ทีมญี่ปุ่น ในขณะที่นากาโอกะทำได้ 8 แต้ม

หลังจากเอาชนะทีมสาวไทยกระโดดด้วยความดีใจ สวมกอดซึ่งกันและกัน เดินไปข้างหน้าที่นั่ง VIP ก้มกราบลงกับพื้น จากนั้นจับมือที่บ่าของกันและกันเต้นรอบเป็นวงกลมก่อนจะวิ่งโบกมือไปรอบๆสนาม

"ผมภูมิใจมากที่ทีมสามารถคว้าแชมป์เอเซียเป็นครั้งที่สองได้ ผมขอบคุณญี่ปุ่นที่เล่นกับเราอย่างเต็มที่ ลูกทีมของเราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากการแข่งขันครั้งนี้ เป็นเรื่องยากทุกเกม แต่ทีมของผมทำดีที่สุด เราแพ้ให้กับคาซัคสถานในวันแรกและเราพยายามปรับปรุงมากขึ้นหลังจากนั้น ความพยายามของเราบรรลุผล ราวกับปาฏิหารย์ เราแพ้ในวันแรกที่นี่แล้วกลับออกมาอย่างผู้ชนะในวันสุดท้าย" โค้ชของทีมไทยกล่าวต่อว่า "เราจะเริ่มเตรียมตัวสำหรับ World Grand Champions Cup หลังจากนี้เราจะให้นักกีฬาได้พักผ่อน และเดินทางไปเล่นตามลีกต่างประเทศ ก่อนจะรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในช่วงเดือนพฤศจิกายน ผมคิดว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว เราเรียนรู้อะไรหลายอย่างจากทีมเอเซียเหล่านี้ และผมขอชื่นชมลูกทีมสำหรับความพยายามในการเรียนรู้จากข้อผิดพลาด" 

คู่ก่อนหน้า ทีมจีนพบกับเกาหลีใต้ โค้ชแห่งตำนานอย่างหลางผิงสามารถพาลูกทีมนำไปก่อนได้สองเซ็ตแรก 25-13 และ 25-17 จากนั้นคิม ยอง คุง พาทีมเกาหลีใต้กลับสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ในขณะที่ฝั่งทีมจีนกลับทำพลาดเองบ่อยครั้งมากขึ้น จนสามารถเอาชนะในสามเซ็ตที่เหลือได้ด้วยคะแนน 25-21, 25-23 และ 15-11 คว้าอันดับสามไปครอง คิม ยอง คุงทำได้ 33 แต้ม จาก 79 ครั้ง ในขณะที่ทีมจีน ฮุย รูชี่ ทำได้สูงสุด 21 แต้ม

หลังจากการแข่งขัน หัวหน้าโค้ชหลางผิง เดินออกจากสนามไปอย่างผิดหวัง และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ อย่างไรก็ตามนักข่าวจีนที่พูดภาษาอังกฤษได้คนหนึ่งกล่าวว่า "ฉันได้มีโอกาสสัมภาษณ์กับเธอ เธอบอกว่าจีนมีข้อเสียในเรื่องบอลแรก และบอลรับ ลูกทีมของเธอเหนื่อยล้าจากการเล่น 5 เซ็ตกับทีมไทยเมื่อวาน นักกีฬาบางคนนอนไม่หลับ หลังจากสองเซ็ตแรก ซูถิงเดินมาบอกโค้ชว่าเธอเหนื่อยเกินไป โค้ชจึงเปลี่ยนตัวเธอกับหวังยี่เหมย"

สำหรับการแข่งขัน FIVB World Grand Champions Cup จะจัดขึ้นที่ญี่ปุ่น รายการนี้จัดขึ้น 4 ปีครั้ง ประกอบด้วย 6 ทีม ได้แก่
ญี่ปุ่น : เจ้าภาพ
สหรัฐอเมริกา : แชมป์ทวีปอเมริกาเหนือ
บราซิล : แชมป์ทวีปอเมริกาใต้
ไทย : แชมป์ทวีปเอเซีย
รัสเซีย : แชมป์ทวีปยุโรป
และจะมีอีกทีมที่ได้รับการคัดเลือกจาก FIVB ให้เข้าร่วมแข่งขันในภายหลัง แต่หลายกระแสเดาเอาว่าคงไม่แคล้วเป็นเกาหลีใต้ แต่ก็ไม่แน่เสมอไป อาจจะเป็นจีนก็ได้ ที่จริงควรมีแชมป์จากแอฟริกาด้วยน่าจะดี เพราะเคนย่าเพิ่งได้แชมป์ไปหมาดๆ ดูจากรายชื่อทีมที่เข้าร่วมแล้วได้บรรยากาศประมาณ World Grand Prix รอบสุดท้าย เรียกว่าให้สาวไทยได้ชิมลางกันก่อนโอลิมปิก เพราะฟอร์มแบบนี้คงไม่ต้องกลัวหน้าไหนอีกแล้ว

จริงไหม?


แปลจาก

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

ทีมชาติบราซิลกับเครื่องบินชั้นประหยัด

เสียงลือเสียงเล่าอ้างมาแต่ไกล สำหรับเหตุการณ์ทีมวอลเลย์บอลสาวบราซิลเดินทางเข้าร่วมการแข่งขัน Women's South American Volleyball Championship 2013 ที่เมืองอิคา ประเทศเปรู เพราะเมื่อพวกเธอขึ้นไปเห็นที่นั่งเครื่องบินชั้นประหยัดก็ถึงกับต้องผงะ

"มันแย่มากที่เราจะต้องเดินทางในสภาพแบบนี้ พวกเราเป็นนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก นั่นยังไม่เพียงพออีกหรอที่ทางสมาคมของเราจะจัดการให้มันดีกว่านี้? พวกเขาไม่สนใจความต้องการของพวกเราเลย"

ตอนแรกคุณอาจจะคิดว่าสาวๆทีมนี้นอกจากจะจุดตบสูงแล้วยังหัวสูงอีก แต่พวกเธอก็ได้ถ่ายภาพพิสูจน์ความคับแคบของที่นั่งเพื่อยืนยันว่ามันลำบากจริงๆนะ ดังภาพ


จากภาพจะเห็นได้ว่าชีล่า คาสโตร(Sheilla Castro) ส่วนสูง 186 เซนติเมตร นั่งพิงเบาะแล้วเข่าชนกับพนักพิงคนหน้าแทบพอดิบพอดี แทบจะไม่ต้องบอกเลยว่ามันจะลำบากขนาดไหนสำหรับมือบล็อกตัวสูงอย่างฟาบิแอนน่า และไทซ่า ซึ่งสูง 193 และ 196 ตามลำดับ หัวเข่าของพวกเธอคงจะทิ่มไปที่ก้นของคนข้างหน้าเลยทีเดียว

"ด้วยความสูง 196 เซนติเมตร ฉันรู้สึกโดนอัดเหมือนเป็นปลาซาดีนอยู่ในที่นั่ง โชคดีที่เรามีนักกายภาพบำบัดซึ่งน่าจะช่วยเรื่องเข่าของฉันได้" ไทซ่ากล่าว

นี่จะถือเป็นการตัดกำลังหรือไม่ ทีมชาติบราซิลต้องเดินทางราว 5 ชั่วโมงครึ่งบนเครื่องบินนั้น แถมยังต้องนั่งรถโดยสารต่ออีก 5 ชั่วโมงเพื่อไปที่เมืองอิคา ซึ่งเป็นสนามแข่งขัน สาวๆถือว่าโชคดีแล้วล่ะที่ไม่ต้องเจอรถโดยสารเสียจนต้องลงมาช่วยเข็นด้วย

สำหรับการแข่งขัน Women's South American Volleyball Championship 2013 จัดขึ้นวันที่ 18 - 22 กันยายน 2556 โดยมีทีมเข้าร่วม 6 ทีม ได้แก่ เปรูเจ้าภาพ บราซิล อาเจนติน่า ชิลี โคลิมเบีย และเวเนซูเอาล่า การแข่งขันจัดแบบพบกันหมด ผู้ชนะจะได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขัน World Grand Championship 2013 ไปสมทบกับญี่ปุ่นเจ้าภาพ และรัสเซียแชมป์ยุโรปหมาดๆ ติดตามเพิ่มเติมได้ที่

http://en.wikipedia.org/wiki/2013_Women's_South_American_Volleyball_Championship

แต่ที่แน่ๆถึงแม้จะลำบาก แต่ทีมสาวบราซิลก็ประเดิมสนามด้วยการอัดชิลี 3 เซ็ตรวด (25-10 25-5 25-4) คงไม่ต้องบอกว่างานนี้ใครจะเป็นแชมป์ อะไรก็หยุดพวกเธอไม่ได้จริงๆ

เรียบเรียงจาก
http://www.worldofvolley.com/News/Latest_news/Brazil/16975/sheilla---we-deserve-better.html

ทำไมนักวอลเลย์บอลคิวบาถึงหนีออกนอกประเทศ?


คืนวันหนึ่งนักวอลเลย์บอลชายชาวคิวบา 6 คน ตัดสินใจย่องหนีจากห้องพักโรงแรมเมืองแฟลนด์เดอร์ เบลเยี่ยม ก่อนหน้านั้นพวกเขาเพิ่งได้แชมป์ Grand Champion 2001 ซึ่งเป็นรายการระดับโลกที่นำเอาแชมป์ในแต่ละทวีปมาแข่งกันเพื่อหาสุดยอดแชมป์ พวกเขาตัดสินใจทิ้งชื่อเสียง ครอบครัว บ้านและทุกอย่างไว้เบื้องหลัง ขึ้นรถไฟมุ่งสู่อิตาลี เพื่อขอลี้ภัยทางการเมือง ถูกประเทศตนเองขึ้นสถานะว่าพวกเขาเป็น "ผู้หลบหนีออกนอกประเทศ" หลังจากนั้นพวกเขาจะไม่สามารถกลับไปเหยียบแผ่นดินคิวบาได้อีกเลย

ตามกฎของ FIVB ผู้หลบหนีเหล่านี้จะถูกสมาคมประเทศของตนเองแบนจากทีมชาติ และ FIVB จะห้ามสโมสรทุกแห่งรับนักกีฬาเหล่านี้เข้าร่วมทีม หรือถ้าร่วมจะถูก FIVB ลงโทษสโมสรนั้นๆ อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านไป 2 ปี สโมสรของลีกต่างๆสามารถเซ็นสัญญากับนักกีฬาเหล่านั้นได้ตามปกติ นี่ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เพราะนักกีฬาที่หลบหนีต้องหยุดเล่นในช่วง 2 ปีแล้วอาศัยอยู่ในประเทศอื่นโดยไม่มีรายได้ และการไม่ได้ลงแข่งขันเลยก็มีโอกาสฝีมือตก ซึ่งถือว่าเสี่ยงมาก

Leonal Marshall หนึ่งใน 6 นักกีฬาที่หลบหนี มีอนาคตที่สดใส หลังจากโดนแบนสองปี เขาเข้าร่วมกับทีมสโมสรชั้นนำของอิตาลีและตุรกี คว้าแชมป์รายการต่างๆมามากมายอย่างไรก็ตาม เพื่อนอีก 5 คน ของเขาโชคไม่ดีนัก ยังมีนักกีฬาคิวบาอีกหลายคนที่กำลังมองหาวิธีหลบหนีตามแบบรุ่นพี่กันอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นปัจจุบันนักกีฬาคิวบาจะถูกเฝ้าอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการหลบหนีในกรณีที่ไปเล่นตามยุโรป

ตามรายงานระบุว่า ในปี 1999 รัฐบาลอนุญาตให้นักกีฬาออกไปเล่นต่างประเทศได้ โดยสมาคมจะเป็นฝ่ายเจรจาค่าจ้างเอง แต่หลังจากปี 2005 ทุกอย่างก็จบ เนื่องจากนักกีฬาทีมชาติจะได้เบี้ยเลี้ยงเดือนละ 16 เหรียญ (500 กว่าบาท) กรณีที่ได้เหรียญทองจะได้ 300 เหรียญ (9000 บาท) แม้ว่ารัฐบาลคิวบาจะออกค่าสาธารณูปโภคต่างๆให้ เพราะเป็นรัฐคอมมิวนิสต์ แต่ชีวิตในคิวบาก็คงไม่ได้เจริญสะดวกสบายเท่าประเทศทุนนิยม

รัฐบาลมองว่า นักกีฬาที่ไปเล่นลีกอาชีพ จะไม่เล่นให้กับทีมชาติได้มีประสิทธิภาพเท่า เนื่องจากไม่ได้รับเงินมากพอจึงไม่มีแรงกระตุ้น รวมไปถึงอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการไปเล่นลีกอาชีพ มีข่าวลือมาว่าสมาคมเก็บเงินนายหน้าค่าสัญญาลีกอาชีพที่เซ็นกับนักกีฬาไปถึง 80% แต่ก็เข้าใจได้เพราะเป็นคอมมิวนิสต์ รัฐแจกสวัสดิการทุกอย่างจึงเก็บภาษีเยอะกว่ารัฐทั่วไป ที่แน่นอนคือกฎนี้ทำให้ทีมชาติคิวบาไม่สามารถคว้าเหรียญทองในรายการระดับโลกได้อีกเลยนับแต่ปี 2005 ทั้งทีมชายและหญิง

อะไรคือสิ่งตอบแทนที่พวกเขาหรือเธอจะได้รับ? Osmany Juantorena และ Taimarys Aguero ได้รับเงินค่าจ้างเป็นอันดับต้นๆของลีกอิตาลี แต่นั่นก็ต้องแลกมาอย่างราคาแสนแพง เช่น Aguero ที่ไม่สามารถไปเยี่ยมแม่เธอซึ่งป่วยได้ โชคร้ายที่เธอกำลังเล่นให้กับทีมชาติอิตาลีในรายการโอลิมปิกที่ปักกิ่ง ปีนั้นอิตาลีจบอยู่อันดับที่ 5 ไม่ใช่ปีที่ดีของเธอเอาซะเลย "มีข่าวบอกมาว่าฉันอาจกลับไปที่คิวบาได้ แต่ไม่นานฉันก็ได้ข่าวว่าแม่ของฉันเสียไปแล้ว ฉันไม่ได้เจอเธอมาตลอด 8 ปี แต่เธอรู้ว่าฉันอยู่ข้างเธอเสมอ ฉันพยายามอย่างที่สุดแล้วที่จะกลับไป" เธอยังกล่าวอีกว่า "มันเหมือนกับมีช่องว่างกั้นเราไว้เสมอ มันไม่ใช่ความผิดของใคร ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ และถ้ามีโอกาสเราก็ต้องคว้าเอาไว้"



ปีล่าสุดมีนักวอลเลย์บอลคิวบาอย่างน้อยสองคนตัดสินใจหยุดเล่นทีมชาติในขณะที่ตนเองมีผลงานดีที่สุด ข่าวลือว่าพวกเขารับข้อเสนอจากลีกยุโรปไว้แล้ว กฎข้อห้ามนี้ทำให้นักกีฬาเก่งๆหลายคนหยุดเล่นและสโมสรเองต้องทำการปั้นนักกีฬาหน้าใหม่ขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา แต่ตราบเท่าที่กฎนี้ยังคงอยู่พวกเค้าก็คงต้องผลัดใบกันต่อไปเรื่อยๆ


เรียบเรียงจาก
http://www.volleywood.net/volleyball-related-news/volleyball-news-north-america/cuban-defectors-a-decade-later/
http://www.volleywood.net/volleyball-related-news/volleyball-news-north-america/the-cuban-drama/

นาตาเลีย กอนชาโรว่าโหดจริงหรือแค่หน้า?


แม่นางหงส์เหิน นาตาเลีย กอนชาโรว่านักกีฬาทีมวอลเลย์บอลสาวรัสเซีย ด้วยจุดตบที่สูง น้ำหนักดีความแม่นยำเยี่ยม ใบหน้าก็สวยราวกับนางฟ้า แต่ทำไมชอบทำหน้าบึ้งๆโหดๆเวลาอยู่ในสนามเสมอ

หลังจาก World Grand Prix 2013 ที่กรุงเทพฯ ผ่านไปมีแฟนคลับพูดถึงนอกสนามว่า ตัวจริงนอกสนามของเธอ เป็นคนยิ้มแย้ม คุยง่ายและยินดีถ่ายรูปร่วมกับแฟนคลับชาวไทยหลายต่อหลายคน หลายคนจึงสรุปเอาว่าความจริงแล้วเธอจะดูก้าวร้าวเฉพาะในสนามก็ได้ ถ้าคุณคิดเช่นนั้นละก็ คุุณอาจจะถูกก็ได้

โอลิมปิก 2012 รัสเซียเจอศึกหนักในรอบแข่งคัดออกซึ่งราวกับโชคชะตาเล่นตลกทั้งๆที่ทีมเป็นที่ 1 ของสายตัวเองมาแข่งกับที่ 4 ของอีกสาย แต่กลับกลายเป็นบราซิล แมตช์นั้นจัดเป็นแมตช์ที่ห้ำหั่นกันที่สุดแมตช์หนึ่งของโอลิมปิก 2012 เลยก็ว่าได้ เพราะสองทีมนี้ไม่ถูกกันมาตั้งแต่ชิงแชมป์โลกแล้ว

เดาว่านาตาเลียคงจะแค้นบราซิลฝังกระดูกดำ WGP 2013 ที่จัดที่สนามบราซิล รัสเซียได้โคจรมาพบบราซิลอีก คราวนี้เธอเลยเก็บอาการไม่อยู่ในบางลูก และนิสัยแบบนั้นก็ทำให้เธอได้ใบเหลืองเป็นของแถม


หลังจากแพ้ให้กับบราซิล 5 เซ็ต ตัวเก่งหลายคนเลิกเล่นทีมชาติ ส่วนโค้ชรัสเซียฆ่าตัวตาย เดาว่าคงเกิดการทะเลาะกันครั้งใหญ่ ที่จริงนักกีฬาทั้งสองทีมก็ขึ้นชื่อเรื่องวีนเก่งกันอยู่แล้ว ทั้งวีนใส่ทีมตรงข้ามและวีนใส่กันเองเป็นระยะๆ รวมถึงเธอเองก็เคยมีปากเสียงกับกาโมว่าช่วงที่เล่นลีกรัสเซียด้วยเช่นกัน

http://www.youtube.com/watch?v=QOJdzHc_zrQ

ประวัติ : Nataliya Olegovna Obmochaeva
ส่วนสูง : 196 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 74 กิโลกรัม

ข้อมูลจาก
http://www.volleywood.net/volleyball-tournaments/2013-grand-prix/natalya-goncharova-is-still-bitter/